boss

เป็นเจ้านายต้องใจร้าย…?

“อยากจะให้งานเดิน ก็ต้องกดดันนะ ไม่งั้นก็ไม่ได้งาน”

“เป็นหัวหน้านี่ทำให้ทุกคนชอบคุณไม่ได้หรอก”

“อย่าแสดงความอ่อนแอให้ลูกน้องเห็น เขาจะเอามันมาเล่นงานคุณทีหลัง”

นี่เป็นคำที่ผมได้ยินบ่อยมากๆ เวลาที่พูดถึงการคุมคนต้องทำยังไง

ถ้าไม่โหด ก็ไม่ได้งาน ถ้าไม่กดดัน ลูกน้องก็จะไม่พูด ถ้าเราไม่ตั้งเด๊ดไลน์ เขาก็จะอีเหรื่อยเฉื่อยแฉะ

มันก็อาจจะจริงในหลายครั้งนะ ผมไม่เถียงหรอกว่าโลกนี้มีลูกน้องที่โคตรขี้เกียจ โคตรเก็บตัว โคตรผลัดวันประกันพรุ่งอยู่จริง และถ้าพวกเขาไม่เผชิญกับความกดดันเลย เขาก็อาจจะไม่ทำอะไรออกมาเลย

แต่อย่าลืมนะครับ ว่าในโลกนี้มีไม่กี่คนหรอกครับที่ชอบเจ้านายโหดๆ กดดันหนักๆ จิกกัดเจ็บๆ

แล้วสิ่งที่เราทำกันเป็นปกติ นั้นแท้จริงแล้วมันเป็นสิ่งที่ได้ผลจริงๆหรือ?

ซีรี่ส์นี้ผมจะมาเขียนถึงว่า วิธีการกดดันลูกน้องให้ทำงานนั้น มันถูกยืนยันด้วย scientific approved แล้วว่ามันไม่ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพ

เผื่อว่าใครโดนกระทำด้วยสิ่งนี้อยู่ จะได้ยื่นให้เจ้านายของคุณดูว่า เฮ้ย วิธีของคุณมันไม่ได้ผลนะ หรือถ้าใครเป็นหัวหน้าเจ้านายมาอ่านก็เผื่อจะนำไปปรับใช้กับชีวิตการทำงานของตัวเองดู

เรื่องหนึ่งที่เจอกันบ่อยๆ คือ Unreasonable Deadline หรือ การกำหนดเด๊ดไลน์แบบโหดๆ

เรื่องเป็นแบบนี้ครับ เจ้านายมักจะกำหนดเด๊ดไลน์ส่งงานแบบโหดๆ เพื่อให้คนทำงานให้เร็ว ให้เต็มที่ หลายครั้งเจ้านายก็ extreme มากๆ โดยการกำหนดเด๊ดไลน์ที่เป็นไปไม่ได้(เช่นงานสิบวันจะให้ส่งสามวัน) คือส่งทันไม่ทันไม่เป็นไร แต่มึงทำไวแน่ๆ แบบนี้

ครับก็มีคนตั้งคำถามว่าวิธีนี้มันทำให้งานมันดีจริงหรอ

ในบทความเรื่อง Time Pressure, Performance, and Productivity ของ Don A. Moore, Elizabeth R. Tenney นั้นได้รวบรวมการวิจัยไว้มากมาย เพื่อตอบสิ่งนี้ครับ

เขาได้เล่าว่าถึงความเชื่อของเจ้านายแบบเก่าที่ชื่อว่า Parkinson’s law ซึ่งบอกไว้ว่า คนนั้นจะทำงานให้เสร็จตามเวลาที่มีนั่นแหละ เช่น ผมสั่งคุณทำงาน 1 ชิ้นให้เสร็จภายใน 1 วัน คุณก็จะทำเสร็จใน 1 วัน แต่ถ้าผมบอกให้คุณทำงานชิ้นเดียวกันให้เสร็จภายใน 1 เดือน คุณก็จะทำเสร็จใน 1 เดือน (หลายคนอาจจะสงสัยว่า แค่นี้ก็ตั้งเป็นชื่อกฏเท่ๆได้แล้วหรอ แต่มันก็มีจริงๆครับ)

ถึงกฏนี้จะดูไม่ค่อยจริงเท่าไหร่(เพราะถ้าผมกำหนดงานนี้ให้เสร็จไปภายใน 1 วินาที คุณก็คงทำไม่เสร็จใน 1 วินาทีแน่ๆ) แต่มันก็มีวิจัยออกมาสอดคล้องกับเรื่องนี้พอสมควรครับ คือ พอเรากำหนดเวลาสั้นขึ้น คนก็จะทำงานไวขึ้น และพอเรากำหนดเวลายาว คนก็จะทำงานช้าลง

นั่นไง เจ้านายถูกโป๊ะเช๊ะ!

เดี๋ยวครับ เดี๋ยว ถ้ามันจบง่ายๆแบบนี้ ผมจะเขียนเรื่องนี้ทำไม

มันมีแต่ครับ เค้าพบว่าเวลาที่กำหนดเวลาสั้นๆเนี่ย จะทำให้ความคิดสร้างสรรค์นั้นน้อยลง คนจะพยายามหาทางที่เสร็จไวที่สุด ไม่ใช่ทางที่จะทำให้งานออกมาดีที่สุด เพราะฉะนั้นเวลาก็ถูกแลกมาด้วยคุณภาพ และผลกระทบที่ก็เกิดทั้งกับการทำงานแบบกลุ่มและแบบเดี่ยวเสียด้วย (สรุปคือ ใช้ไม่ได้เลยนั่นแหละ)

นอกจากนั้นเวลาที่กำหนดเวลาสั้นๆ มันก็ทำให้ เด๊ดไลน์ไม่ใช่เด็ดไลน์ คนก็ไม่ศรัทธาในเด๊ดไลน์ เวลาที่มันจะเด๊ดไลน์จริงๆ คนก็ไม่เชื่อ กลายเป็นเหมือนเด็กเลี้ยงแกะไปอีกนั่นแหละ

แล้วจะแก้ไขยังไงล่ะ

ไม่ยากครับ ก็ให้คนที่ทำประเมินดูเองสิ ว่าเขาจะทำเสร็จเมื่อไหร่

ได้ยินเสียงบ่นดังมาแต่ไกลว่า เขาก็จะพูดเผื่อๆไว้เยอะน่ะสิแบบนี้

ครับ เพียงแต่เราพยายามซอยงานให้ย่อยขึ้นกว่าเดิม แทนที่จะให้เขาประเมินงานโปรเจ็ค A ทั้งก้อน ก็อาจจะให้เขาแตกเป็นงานย่อยๆ เช่น ทาสีใช้เวลานานเท่าไหร่ ปูกระเบื้องใช้เวลานานเท่าไหร่ วางท่อใช้เวลานานเท่าไหร่ จากนั้นก็ให้เขาส่งงานแต่ละอย่างให้เร็วขึ้น แทนที่จะส่งรวดเดียว 3 เดือน ก็ส่งทุกอาทิตย์แทน เผื่อว่ามีอะไรติดขัดก็จะได้แก้ไขต้นสายปลายเหตุกันทัน สำหรับงานแบบกลุ่มนั้นเทคนิคที่ได้ผลดีอีกอันก็คือ planning poker ลองเข้าไปอ่านกันเองดู

เห็นมั้ยครับ ด้วยวิธีนี้ เราก็ไม่จำเป็นต้องขู่ให้ใครกลัว งานก็เสร็จได้

ref:

http://www.emeraldinsight.com/doi/abs/10.1108/S1534-0856(2012)0000015015
https://www.amazon.com/Scrum-Doing-Twice-Work-Half/dp/038534645X