มาต่อกันเรื่องวงจรอุบาทว์ของหัวหน้า

ลูกน้องทำงานไม่ดี >> หัวหน้าไม่พอใจ >> เอางานมาแก้ >> ลูกน้องรู้สึกว่าจะทำเยอะทำไม หัวหน้าก็แกอยู่ดี >> ยิ่งทำงานน้อยลงไปอีก >> หัวหน้าไม่พอใจ >> เอางานมาแก้ >> …

วงจรนี้เป็นวงจรอุบาทว์ที่ไม่จบไม่สิ้นครับ นอกจากนั้นวงจรนี้ยังก่อให้ผลอื่นๆตามมา ลองคิดดูว่า ลูกน้องที่ทำงานน้อยลง มีเวลาว่างมากขึ้น เขาจะเอาเวลาไปทำอะไร หลายคนพอรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถทำอะไรเพื่อบริษัทได้ ก็อย่ากระนั้นเลย เราก็มาทำอะไรเพื่อตัวเองกันดีกว่า หาโอกาสคอรัปชั่นกัน สร้างปัญหาใหญ่โตขึ้นมาอีก

สรุปว่ายิ่งไม่ไว้ใจพนักงานเท่าไหร่ พนักงานก็จะยิ่งทำตัวไม่น่าไว้ใจมากขึ้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราควรทำก็คือ

“ไว้ใจ และเชื่อใจพนักงาน”

หลายคนอาจจะเคยอ่านเรื่องราวของบริษัทฝรั่งที่เชื่อในการตัดสินกับพนักงานอยางมาก อยากทำอะไรทำไปเลยนะ ไม่ต้องมารอคำสั่งให้ยุ่งยากเสียเวลา อย่าง zappos (พนักงาน call center ที่นั่นมีสิทธิ์จะคุยกับลูกค้านานเท่าไหร่ก็ได้) หรือกรณีที่เจ๋งกว่านั้นก็เช่น AES ที่พนักงานนั้นสามารถไปตั้งโรงงานไฟฟ้าที่ปากีสถานโดยค้านคำแนะนำของ CEO บริษัท เขาเชื่อใจพนักงานกันถึงขนาดนั้น

แต่พอหัวหน้ามองไปที่พนักงานตัวเอง มันยากเหลือเกินที่จะเชื่อว่าคนที่อยู่ตรงหน้าจะมีความสามารถขนาดนั้น

ผมเองก็เคยอยู่ในองค์กรที่ไม่มีการควบคุมเลย ผมออกจากที่นั่นในเวลา 2 เดือน ผมคิดว่าที่นั่น chaos มาก พนักงานสับสน ไม่รู้ทิศทาง ไม่รู้ว่าจะทำอะไรยังไง ไปเพื่ออะไร

ครับ การที่จู่ๆจะยกการตัดสินใจให้กับพนักงานทั้งหมด ย่อมไม่ใช่ทางออกที่ดีเช่นกัน

ไม่ไว้ใจก็ไม่ได้ ไว้ใจก็ไม่ได้ สรุปจะให้ทำยังไงกันเนี่ย

เราต้องสร้างความอิสระในคอกที่เห็นได้ชัดครับ
ในหนังสือ Management 3.0 ได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า ปกติแล้ว พนักงานนั้นมักจะไม่รู้ขอบเขตการตัดสินใจของตัวเอง เรื่องไหนต้องปรึกษา เรื่องไหนไม่ต้องปรึกษา สุดท้ายพอทำอะไรที่เกินขอบนั้น หัวหน้าก็ไม่พอใจ ยิ่งกว่านั้นไอ้ขอบนั้นดันขึ้นๆลงๆตามอารมณ์หัวหน้าเสียด้วย วันนี้เรื่องนี้ทำได้ อีกวันนึงกลายเป็นเรื่องที่ห้ามทำ เขาเปรียบเทียบว่ามันเป็น “คอกไฟฟ้าที่มองไม่เห็น” ครับ

เพราะฉะนั้นสิ่งที่หัวหน้าต้องทำก็คือ กำหนดหัวข้อมาให้ชัดว่าเรื่องไหน อำนาจการตัดสินใจเป็นอย่างไร เรื่องไหนต้องบอกทุกครั้ง เรื่องไหนตัดสินใจเองได้เลย เรื่องไหนมาขอคำปรึกษาเฉยๆแต่ไม่ต้องทำตามก็ได้ ฯลฯ ในหนังสือ Management 3.0 ก็จะออกมาเป็นรูปของ delegation board หรือบอร์ดกระจายอำนาจ ที่ทุกคนจะเห็นชัดเจนว่า “ฉันทำอะไรได้บ้าง”

การได้มีอิสระในกรอบที่ชัดเจน ก็จะทำให้คนได้ค่อยๆเรียนรู้ พัฒนา ลองผิดลองถูก ในขอบเขตที่ไม่ทำให้เสียหายมากเกินไป เขาก็จะเก่งขึ้นเรื่อยๆ เราก็สามารถให้อำนาจการตัดสินเขาได้มากขึ้น มากขึ้น จนในที่สุดก็จะไปถึงจุดที่เขารู้ดีกว่าเราแล้ว ความรู้ของหัวหน้าสู้ลูกน้องไม่ได้ เมื่อนั้นหัวหน้าก็สบายครับ เพราะไม่ต้องทำงาน ส่วนลูกน้องเองก็มีความสุข
authority-board-small-color-300x258