accidental-slip-542551_640

วันนี้ตอนผมกำลังเดินลงบันไดรถไฟฟ้า

จู่ๆเด็กอายุประมาณสัก 3 ขวบ ที่กำลังเกาะราวบันไดอยู่ตรงหน้าผมก็ก้าวพลาด ล้มวูบไปสักสองขั้นได้
ผมก็ร้อง อู้วว ตกใจ แต่เด็กก็ยังกลับมายืนทรงตัวได้อยู่

“ป๊าป!”

มือของผู้หญิงต่างชาติคนนึงแล่นลงจอดที่หัวของเด็กคนนั้น พร้อมกับพูดภาษาของเธอออกมา ถึงแม้จะฟังไม่ออก แต่ผมแน่ใจว่าเธอกำลังบ่นเด็กคนนี้อยู่แน่ๆ

น่ากลัวเหมือนกันนะครับ ในยุคที่ความผิดพลาด ไม่ว่าจะเล็กๆน้อยๆ ก็ไม่ได้รับการให้อภัย

มันย้อนกลับมาให้ผมคิดถึงบริษัทครับ  ถึงแม้บริบทจะต่างกันกับแม่ลูกคู่นี้ แต่เรื่องราวนั้นไม่ต่างกันเลย

สมัยผมทำงานร้านขายเครื่องเขียน พนักงานคนหนึ่งเคยเล่าให้ผมฟังว่า ก่อนที่จะมาทำงานกับผม เขาทำงานโรงงานตัดเลนส์แว่นตามาก่อน หากใครทำพลาด ก็จะโดนหักเงินตามมูลค่าที่ตัวเองทำพลาดไป  พนักงานคนอื่นๆได้ฟังแล้วก็พยักหน้าหงึกหงักว่าตัวเองต่างก็เคยมีประสบการณ์แบบเดียวกัน  ส่วนผมฟังแล้วช็อค เพราะไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน (จริงๆแล้ว หมออาจจะเป็นไม่กี่อาชีพที่พลาดก็ไม่มีใครเตือน รู้ตัวอีกทีก็นู่นเลย ขึ้นศาล)

ครับ ทุกคนน่าจะรู้ดีว่า การที่แม่ตบหัวลูกเมื่อเดินลงบันไดพลาดนั้น ไม่ได้ช่วยให้เด็กเดินได้เก่งขึ้น  ฉันใดฉันนั้น การลงโทษพนักงานกับการทำงานผิดพลาด ก็ไม่ได้ช่วยให้พนักงานทำงานเก่งขึ้นเช่นกัน

ครับ เราทุกคนอยากให้พนักงานของเราเก่งขึ้น แต่เราทำด้วยวิธีการ “บอก” หรือ “สั่ง”  ซึ่งน่าจะเป็นวิธีที่ได้ผลน้อยที่สุด  ลองคิดถึงตัวเองดูก็ได้ครับ ว่าเราเก่งขึ้นเร็วที่สุดตอนไหน

สำหรับผม ช่วงเวลาที่ผมเก่งขึ้นมากที่สุดในวิชาชีพแพทย์ คือ ช่วงที่ผมอยู่ปี 6 และก็ต้องออกไปทำงานที่ต่างจังหวัด ซึ่งตอนนั้นคนไข้เยอะมากๆๆๆๆๆๆๆ(จริงๆ ผมอยากใช้ไม้ยมกอีกสักร้อยตัว) คนไข้นอนเรียงรายตามทางเดินเต็มไปหมด ส่วนหมอก็มีน้อยเสียเหลือเกิน  มันเป็นช่วงเวลาที่ผมได้รับผิดชอบชีวิตคนไข้เต็มๆ เพราะ นอกจากผมก็ไม่มีใครแล้ว  ถ้าผมไม่อยากให้คนไข้ตาย ผมก็ต้องอ่าน ต้องทำให้ได้  ประสบการณ์ที่อยู่ที่นั่นสองเดือน ผมคิดว่า ผมได้อะไรมามากกว่าการอยู่ที่โรงเรียนแพทย์ 6 ปีซะอีก

ครับ ผมทำพลาดหลายครั้งมากตอนที่อยู่ที่นั่น  ผมว่าโชคดีอย่างนึงคือไม่มีใครที่นั่นบอกให้ผมหยุดทำ อาจจะเพราะพวกเขาไม่ได้มีช้อยส์ที่ดีกว่านี้ หรืออาจจะเพราะเขารู้ดีว่า หมอทุกคนก็ต้องผ่านจุดๆนี้ ถึงจะเป็นหมอได้  ผมกลับมาที่โรงเรียนแพทย์พร้อมกับความมั่นใจเต็มเปี่ยม จากเดิมที่คิดไม่ออกเลยว่า ตัวเองจะรับมือกับมันได้ยังไง

ครับ ความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ของผม  ใช่แล้วครับ การรักษาผิดๆของผมนี่แหละ ทำให้ผมเก่งขึ้น มันอาจจะฟังดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่มันเตือนผมไปถึงขั้วหัวใจว่าจะต้องไม่พลาดแบบเดิมอีก

และผมก็เชื่อว่า ทุกๆคนก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน

มีคนบอกว่า การจะทำให้คนเก่งขึ้นนั้น ก็เหมือนการลงทุน  เราต้องเสียเงินไปก่อน แล้วก็ต้องรอเวลาเพื่อที่จะได้กำไรกลับมาในอนาคต  การลงทุนในคนก็เช่นกัน เราก็ต้องยอมให้เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง แล้วก็รอเวลาเพื่อให้คนๆนั้นเก่งขึ้นมา และเมื่อเวลานั้นมาถึง เราก็สบายแล้ว

น่าเสียดายครับ ที่หลายคนรอไม่เป็น…