hands-462298_640.jpg

วันก่อนได้เขียนเรื่อง บทเรียนเรื่องการเป็นผู้นำจากธุรกิจขายตรงแล้ว  วันนี้เลยมาเขียนเพิ่มอีกบทเรียนนึงครับ

เป็นบทเรียนที่บริษัทส่วนใหญ่มักจะมีปัญหา นั่นคือ ความโปร่งใสเรื่องเงินเดือน

ยกตัวอย่างจากเพจ HR – The Next Gen ที่พูดถึงการที่เงินเดือนของแต่ละคนไม่เท่ากัน แล้วทำให้เกิดความกินแหนงแคลงใจ ว่าทำไมตำแหน่งเหมือนกัน แต่เงินเดือนมึงมากกว่ากู  ซึ่งแอดมินก็เหมือนว่าจะโปรไปทาง ดีที่สุดอย่ารู้ของกันและกันเลย เพราะจะเกิดปัญหา ซึ่งก็ไม่แปลกครับ บริษัทแทบทุกบริษัทในโลกก็ทำเช่นนี้ พวกเขากลัวว่า ถ้าให้พนักงานรู้เงินเดือนของกันและกัน ความไม่พอใจ ความไม่เชื่อใจ ความหายนะ จะเกิดขึ้นกับบริษัท  อย่ากระนั้นเลยซ่อนมันไว้ใต้พรมซะ เมื่อไม่มีใครเห็นก็ไม่เป็นปัญหา

แต่มันจริงรึเปล่าครับ ที่การให้พนักงานเห็นเงินเดือนซึ่งกันและกันจะทำให้เกิดปัญหา

ธุรกิจที่ผมเห็นว่า พวกเขาไม่มีปัญหาเรื่องนี้เลยคือ
แท่นแทนแท้น…ธุรกิจขายตรงครับ (ก็หัวข้อก็บอกอยู่แล้วนี่หว่า)

พวกเขาไม่เพียงแต่ไม่ปกปิดนะครับ  พวกเขาอัดกรอบติดไว้ตรงทางเดินด้วยซ้ำว่าใครได้รายได้เท่าไหร่บ้าง คนนี้ร้อยล้านต่อปี คนนี้ห้าสิบล้านต่อปี คนนี้สิบล้านต่อปี คนนี้ห้าล้านต่อปี ไม่มีใครสักคนในธุรกิจขายตรงที่มีปัญหาว่า ทำไมคนๆนี้ถึงได้มากกว่าชั้น ไม่มีเลย  พวกเขามองด้วยความชื่นชมคนที่ได้มากกว่าเขาด้วยซ้ำ

ทำไมล่ะครับ?

พวกเขาทุกคนรู้ดีว่าต้องทำอะไรบ้างถึงจะได้รายได้เท่านั้นมา ถ้าคุณอยากได้รายได้ปีละล้าน คุณต้องมีดาวน์ไลน์หนึง่ร้อยคน สิบล้านคุณต้องมีพันคน บลาๆๆ

ปัญหาของธุรกิจทั่วไปนั้นอยู่ที่พวกเขาไม่เคยบอกเลยว่า เงินเดือนที่คุณได้มานั้นมาจากอะไร และ หากคุณอยากจะได้เงินเดือนเพิ่มคุณต้องทำอะไรบ้าง

ครับ ความโปร่งใส นั้นไม่ใช่ปัญหา ความไม่แฟร์ ต่างหาก ที่เป็น

ผมรู้ว่าตอนนี้ คงมีคนกำลังโอดครวญว่า โอ้ยย แล้วจะให้ชั้นทำยังไงล่ะ มันทำได้ซะที่ไหนเรื่องแบบนั้น  ขายตรงมันก็ง่ายสิ เพราะงานมันต่างคนต่างทำ แต่งานของบริษัทชั้นมันเกิดจากคนไม่รู้กี่แผนกรวมกัน เรื่องที่นายพูดมันเพ้อเจ้อ เป็นไปไม่ได้ มีแต่ในทฤษฎี

มีคนทำแล้วครับ!!!

ที่บริษัท buffer ซึ่งทำแอพเกี่ยวกับการจัดการ social media  เขาไม่เพียงให้คนภายในรู้เงินเดือนของกันและกันครับ เขาให้คนภายนอกอย่างเราๆรู้ด้วย (ลองไปกดเล่นดูได้ที่ https://buffer.com/salary)

พวกเขาตั้งตัวแปรที่มีผลต่อเงินเดือน เช่น หน้าที่ เมืองที่ทำงาน ระดับประสบการณ์ ฯลฯ จากนั้นก็นำมันมาคำนวณออกมาเป็นตัวเลข  คุณอาจจะเพิ่มตัวแปรอื่นๆเองก็ได้ที่คุณคิดว่ามันมีผลต่อเงินเดือน  ผมคงไม่ได้ลงวิธีรายละเอียดในนี้เท่าไหร่เพราะเนื้อหามันค่อนข้างยาว (แต่สามารถติดตามจากหนังสือ management 3.0 ที่กำลังจะออกในเร็วๆนี้) หรือถ้าคุณอยากลองหาเอง มันก็ไม่ได้ยากอะไรที่จะเสิร์ชจาก google  ผมแค่อยากชี้ให้เห็นว่า ไอ้สิ่งที่คุณคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ มันไม่มีจริง มันมีแล้วนะครับ  และก็ไม่ได้มีแค่ในขายตรงแต่มันมีในธุรกิจจริงๆ

และเมื่อทุกคนรู้ว่าเงินเดือนของตัวเองมีที่มาจากอะไร ก็ไม่มีใครจำเป็นต้องโอดครวญว่า บริษัทไม่ยุติธรรม  ร้องหา HR – The Next Gen ว่าเจอแบบนี้จะทำยังไง  พวกเขาก็แค่ตัดสินใจว่าจะพอใจหรือไม่พอใจกับเงินเดือนนี้ ถ้าไม่พอใจ ก็ออกไป ถ้าพอใจ ก็ตั้งใจทำงาน  ก็แค่นั้นครับ

คราวนี้ผมก็จะขอจบซีรีส์บทเรียนจากขายตรงไว้แค่นี้ เอาจริงๆนะ จากการที่ผมเคยได้เข้าไปสัมผัสขายตรง ผมคิดว่าหลายคนไม่ได้มาหาเงินหรอก เขามาหาความสุขมากกว่า ความสุขที่เขาไม่ได้จากที่ทำงาน เนื่องจากในนั้นบรรยากาศมันดีกว่าที่ทำงานทั่วๆไปมาก ทั้งพลังงานบวก ทั้งเรื่องการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซึ่งผมไม่ได้เชียร์คุณไปขายตรงนะ แต่อยากให้ลองคุณไปสัมผัส แล้วเอาบรรยากาศของที่นั่นมาอยู่ในที่ทำงานของคุณเอง  องค์กรของคุณจะกลายเป็นองค์กรที่”น่ารัก“ขึ้นเยอะมากเลยล่ะ

ก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณไม่มากก็น้อย คิดเห็นยังไงก็คอมเม้นท์กันมาได้ครับ